Feeds:
เรื่อง
ความเห็น

http://www.marketingoops.com/uncategorized/new-media3/

สื่อ New Media กำลังมาแรงเหลือเกิน เพียงไม่กี่เดือนที่ผ่านมา แบรนด์ไทยและแบรนด์นอกต่างเพิ่มทิศทางการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายผ่านสื่อออ นไลน์กันมากมาย เรียกว่าแบรนด์ที่ยังไม่ได้ลองสื่อออนไลน์ คงรีบกันน่าดู

จากปีที่ผ่านมา เรามี maggi , และปัจจุบัน colgate

คาดว่าคงมีตามมากันอีกเพียบ !!! ได้โปรดหาโปรแกรมเมอร์มาช่วยกระผมหน่อย (ไม่งั้นตายแน่ ๆ )

แอบดู Webblog ยอดฮิต

โลกที่ไม่เคยหยุดหมุน ทุกอย่างย่อมต้องมีพัฒนาการ แม้กระทั่งสมุดบันทึกส่วนตัวหรือที่เรียกกันติดปากว่าไดอารี่ ทุกวันนี้ยังแปลงโฉมจากกระดาษเย็บเล่ม กลายเป็นพื้นที่บนเว็บไซต์ แต่สิ่งที่แตกต่างคือเจ้าของบันทึกเหล่านี้ ใจกว้างกว่าเพราะสามารถให้คนอื่นๆที่ไม่เคยรู้จักมาก่อนสามารถเปิดอ่านได้ตามใจชอบ และยังร่วมแสดงความคิดเห็นหรือที่ศัพท์ชาวเว็บเรียกว่า ‘เมนต์’ ซึ่งก็ย่อมาจากคำว่า คอมเมนต์นั่นเอง

อย่าลืมว่า ไดอารีออนไลน์เป็นเพียงส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมการเขียนบันทึกที่เปลี่ยนไป เว็บล็อกหรือบล็อกต่างๆ จึงเป็นอีกหนึ่งเทรนด์ของการใช้งานเว็บไซต์ ที่เปิดกว้างสำหรับผู้ใช้งานอย่างไม่มีข้อจำกัด ซึ่งคำว่า Blog มาจากศัพท์คำว่า WeBlog บางคนอ่านคำ ๆ นี้ว่า We Blog บางคนอ่านว่า Web Log แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ทั้งสองคำบ่งบอกถึงความหมายเดียวกัน ว่านั่นคือบล็อก (Blog)

เอาละนะ เราจะไม่กล่าวเยิ่นเย้อให้เปลืองเวลา เดี๋ยวเรามาดูกันเลยว่ามีบล็อกไหนเป็นบล็อกยอดนิยมสำหรับคนไทยบ้าง ซึ่งจากการจัดอันดับ truehits.net พบว่า เว็บล็อกที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับได้แต่ www.exteen.com www.blogGang.com และ www.gotoknow.org โดยวัดจากปริมาณผู้เข้าชมและปริมาณผู้ใช้งานซึ่งแต่ละเว็บก็มีจุดเด่นและลูกเล่น ที่แตกต่างกัน เราลองมาชำแหละเว็บบล็อกยอดนิยมทั้ง 3 แห่งนี้ว่ามีข้อเด่นและข้อด้อย ต่างกันอย่างไรบ้าง จากประสบการณ์ของขาประจำเว็บบล็อกอย่างผู้เขียน เห็นควรว่าน่าจะใช้เกณฑ์การให้คะแนนดังนี้

ความยากง่ายในการใช้งาน 10 คะแนน ลูกเล่นและอุปกรณ์ในการตกแต่งบล็อก 10 คะแนน คุณสมบัติพิเศษ 10 คะแนน และข้อจำกัดในการใช้งาน จะให้เป็นคะแนนติดลบ ทั้งหมดรวม 30 คะแนน

อันดับ 1
www.exteen.com

บล็อกไทยพันธุ์แท้

เว็บบล็อกที่ได้รับความนิยมอันดับสูงสุด ดูจากจำนวนสมาชิกทั้งหมดเกือบ 8หมื่นรายชื่อ มีบันทึกเรื่องราวกว่า สี่แสนเรื่อง ซึ่งดูจากตัวเลขนี้ก็คงพอช่วยยืนยันได้ว่า เว็บล็อกแห่งนี้สมควรแล้วที่จะเป็นเว็บบล็อกยอดนิยมของคนชอบเขียน การสมัครง่ายๆ ไม่ต้องกรอกข้อมูลมากมายให้เมื่อยมือ แต่การคอนเฟิร์มล็อกอินและพาสส์เวิร์ด ไม่สามารถใช้เมล์ของไทยเมล์ได้ ซึ่งถือเป็นข้อจำกัด โดยมีพื้นที่ให้สมาชิกแต่ละคน 10 เมกะไบต์ การใช้งานสามารถอัพรูปได้โดยตรง เขียนง่ายสไตล์ Word รวมทั้งทำ Category ได้ ตั้ง Recommend ได้ แก้ไข Theme ได้อิสระ รวมทั้งTheme สำเร็จรูป ปรับแต่งความสวยงามของบล็อกได้อย่างง่ายดาย ชมกันมาซะยืดยาว ก็รับไปเต็มๆ 10 คะแนนเลยแล้วกัน

ในส่วนของลูกเล่นและอุปกรณ์ในการตกแต่งบล็อกนั้น exteen.com ดูเหมือนจะเตรียมไว้ให้สมาชีกอย่างเพียบพร้อม ทำให้บล็อกของสมาชิกที่นี่มีหน้าตาหลากหลาย ตามสไตล์ของแต่ละคน เจ้าของบล็อกสามารถเลือกได้ว่า จะให้คอมเมนต์ได้เฉพาะสมาชิก หรือบุคคลทั่วไปก็ได้ แต่ด้วยข้อจำกัดในเรื่องพื้นที่ ทำให้เครื่องไม้เครื่องมือที่มีมาให้ดูเหมือนว่าจะใช้งานได้ไม่เต็มที่มากนัก ก็รับไป 8 คะแนนก็พอ

ส่วนคุณสมบัติพิเศษนั้น ดูเหมือนจะขนมาเป็นคันรถสิบล้อเลยทีเดียว ตั้งแต่ สามารถนับจำนวนผู้ชม การเพิ่มเพื่อนเป็น favourite ได้ และระบบแจ้งเตือนคอมเมนต์ อีกทั้งสามารถอ่านบล็อกผ่าน wap บน มือถือได้ เพิ่มคำใน blacklist เพื่อไม่ให้บอตคอมเมนต์โฆษณาได้ ก็รับไปเลย 8 คะแนน

ถ้าจะให้ติ (ไม่ชม) เว็บบล็อกแห่งนี้ ก็ตรงที่ไม่มีการแบ่งหมวดหมู่หรือประเภท และการสร้างจุดเด่นเพื่อเชิญชวนให้คนเข้าไปอ่านบล็อก ซึ่งน่าจะเป็นหัวใจสำคัญที่เจ้าของบล็อกต้องการ ตรงนี้ก็เลยขอติดลบสัก 5 คะแนนแล้วกัน รวบรวมคะแนนแล้ว exteen.com รับไป 21 คะแนน

อันดับ 2
www.blogGang.com

พื้นที่ของคนช่างคิด

เว็บบล็อกที่แตกกอต่อยอดจากเว็บไซต์ประชานิยมอย่าง pantip.com ทำให้โฉมหน้าของเว็บบล็อกแห่งนี้มีหน้าตาที่ใกล้เคียงกัน ผู้ที่จะสร้าง Blog เป็นของตนเองได้ จะต้องเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Pantip.com แต่หากคุณเป็นสมาชิกเว็บไซต์ Pantip.com สามารถ Log in สมาชิก แล้วเปิด blog ได้ทันที การใช้งานที่สะดวกง่ายดาย สามารถเขียนเรื่องราวต่างๆ ได้ด้วยการพิมพ์ข้อความแบบการสร้างกระทู้ด้วยรูปแบบที่แสนง่ายดาย ในส่วนนี้ ผู้เขียนให้ 10 คะแนน เต็ม

ส่วนลูกเล่นพิเศษสำหรับการตกแต่งบล็อกให้สวยงาม ขนมาเป็นกระบุง สามารถใส่ไฟล์เสียงได้ และทุกปี ยังมีการประกวดเว็บ Blog ยอดนิยม ใน BlogGang Popular Award แต่เพราะยังมีข้อจำกัดในเรื่องขนาดของรูปภาพที่จะนำไปแปะยังจำกัดขนาดเล็กมาก ไม่สะใจเอาซะเลยฉะนั้นก็รับไปแค่ 8 คะแนนก็แล้วกัน ส่วนคุณสมบัติพิเศษ จะโดดเด่นก็ตรงที่บล็อกจะตามเจ้าของไปทุกครั้งที่เจ้าของบล็อกเข้าไปตอบหรือตั้งกระทู้ในเว็บ pantip ทำให้คนที่สนใจแนวคิดหรือสไตล์ของคนนั้นๆ ก็สามารถเข้าชมบล็อกได้โดยที่ไม่ต้องเสาะหาให้เมื่อย เรียกสั้นๆว่าเป็นเหมือนการโปรโมตบล็อกไปในตัว ซึ่งในเว็บบล็อกรายอื่นๆ ยังไม่ตรงนี้ ก็ให้ไปเลย 6 คะแนนสำหรับจุดนี้ รวมแล้วเป็น 24 คะแนน

มาดูจุดที่ต้องปรับของเว็บบล็อกแห่งนี้ถึงแม้ว่าหน้าเว็บไม่เลอะด้วยโฆษณา แต่ดูแล้วตาลาย ไม่มีการจัดหมวดหมู่เพิ่มความน่าสนใจ การจัดเรียงบล็อกที่ติดกันเป็นพรืด เรียงแถวกันยาวเหยียด ไม่ต่างกับกระทู้ของเว็บพันทิพ ก็ขอให้ติดลบสัก 5 คะแนนแล้วกัน รวมๆแล้ว www.blogGang.com รับไป 19 คะแนน

อันดับ 3
www.gotoknow.org

คนทำงานแลกเปลี่ยนเรียนรู้

คอนเซ็ปต์ของเว็บบล็อกแห่งนี้ ด้วยการอยู่ภายใต้การสนับสนุนของสถาบันส่งเสริมการจัดการความรู้เพื่อสังคม (สคส.)ทำให้โฉมหน้าเว็บดูสะอาดตา เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่มีไอคอนต่างๆ ระเกะระกะ ทำให้ง่ายต่อการเลือกที่จะเข้าชม จุดเด่นของบล็อก GotoKnow.org อยู่ที่เจ้าของ สามารถจัดการบล็อกได้อย่างเต็มที่ ไม่ว่าจะเป็น การสร้าง แก้ไข ลบ บล็อก หรือ การสร้าง แก้ไข ลบ บันทึก หรือ การลบข้อคิดเห็นเป็นต้น อีกทั้งเขียนบันทึกได้ง่ายเหมือนใช้ไมโครซอฟท์เวิร์ด มีแถบเครื่องมือที่อธิบายวิธีการใช้อย่างง่าย ดังนั้น คะแนนในส่วนของการใช้งานผู้เขียนให้ 10 คะแนนเต็ม

สำหรับส่วนของลูกเล่นพิเศษในการตกแต่งบล็อกนั้น ไม่ต่างจากเว็บอื่นๆ มากนัก มีเครื่องไม้เครื่องมือให้ครบครัน แต่ด้วยลักษณะนิสัยของชาวบล็อกแห่งนี้ที่ค่อนข้างเป็นผู้ใหญ่วัยทำงาน จึงเน้นที่เนื้อหามากกว่าหน้าตา บล็อกของแต่ละคนเลยเรียบๆตามแพตเทิร์นเดิมที่ได้มา ดังนั้นก็รับไปแค่ 5 คะแนนพอ แต่สำหรับคุณสมบัติพิเศษและจุดเด่นของพื้นที่แห่งนี้ก็คือ เป็นแหล่งรวบรวมความรู้ทางวิชาการชั้นดี ความสามารถสร้างบล็อกได้มากกว่าหนึ่งบล็อกสำหรับผู้ใช้แต่ละคน(Multi-Blog) ขยายความ 1 Account สร้างกี่บล็อกก็ได้แต่มีเนื้อที่ให้รวม 30 MB ก็รับไป 9 คะแนนเลยแล้วกัน

บอกจุดดีไปแล้ว ทีนี้ก็มาดูจุดด้อยกันบ้าง คงต้องบอกว่าความจืดชืดของเว็บ และความซับซ้อนในการลงทะเบียน หากใครรักที่จะมีบล็อกที่นี่จริงๆ คงต้องใจเย็นสักนิด แต่สำหรับคนใจร้อนอย่างผู้เขียนแล้วดูจะหงุดหงิดกับเรื่องนี้เป็นอย่างยิ่ง ก็เลยขอติดลบให้สัก 5 คะแนนก็แล้วกัน รวมแล้ว24-5 =19 คะแนน

ถ้าถามว่าเสน่ห์ของบล็อกอยู่ที่ตรงไหน คงบอกได้ว่า มันทำให้มีการสื่อสารสองทาง ระหว่างคนเขียน กับคนอ่าน นั่นก็คือ การทิ้งคอมเมนต์ต่าง ๆ เอาไว้ เปิดโอกาสให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกัน

ทุกวันนี้บล็อกได้กลายเป็นอีกแหล่งของข้อมูล หลายคนมีบล็อกในหลายเว็บไซต์ เรียกว่า มีสมุดบันทึกหลายเล่ม บางเล่มอาจเก็บเรื่องราวความรู้สึกส่วนตัว บางเล่มอาจเก็บข้อมูลความรู้ บางเล่มอาจเก็บภาพประทับใจจากการเดินทาง บางทีวัฒนธรรมใหม่นี้ อาจเป็นการจุดประกายให้คนไทยรักการเขียนมากขึ้นรวมทั้งรักการอ่านมากขึ้นก็เป็นได้ เพราะได้ตื่นเต้นกับแหล่งข้อมูลที่มีรูปโฉมแปลกใหม่ น่าประทับใจอย่างไม่รู้จบ

ที่มา : http://hosting-knowledge.thaihostsave.com/email_news/show/65

Future Exploration

PixelFontsอี๊ดโดนใจ

preview1

ได้อ่านบทความจาก www.tcdcconnect.com จบแล้วอี๊ดโดนใจค่ะ เลยเอามาเล่าต่อแบบให้กระจ่างค่ะ จริงแล้ว PixelFonts ดีไซเนอร์หลายคนอาจจะเคยใช้มาแล้ว PixelFonts เป็นฟ้อนท์ที่มีความ คม ชัด คำว่า Pixel ทำให้เราก็นึกไปถึงสี่เหลี่ยมก่อนเป็นอย่างแรกค่ะ

pixel-fonts-22

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ในพื้นที่ที่เล็กมากๆของเว็บไซต์ควรเลือกใช้ PixelFonts จะหมดปัญหาเบลอ มองไม่เห็นค่ะ วิธีใช้ PixelFonts ที่ถูกต้องผู้เชี่ยวชาญให้ปฏิบัติดังนี้ค่ะ

1.ไม่ต้องใส่ค่า anti-aliasing (ลบรอยหยัก)
2. ควรใช้งานความละเอียดที่ 72 ppi (pixels per inch)
3. กำหนดค่า tracking และ ค่า kerning เป็น 0 ให้ขนาดฟ้อนท์เท่ากับ100 %
4. หน่วยวัดให้เลือก Pixel อย่ากำหนดเป็น Point เด็ดขาด
5. อย่าปรับฟอแมทเป็น Centered paragraphเพราะอาจทำให้ฟอนท์แสดงผลคลาดเคลื่อน
ให้ใช้เลเยอร์เคลื่อนจัดวาง
6.เลือก Save หรือ Export เป็นนามสกุล Gif จะให้ผลลัพธ์ในการแสดงผลดีที่สุด (เฉพาะ Pixel Fonts)

pixel-fonts-31

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หมดปัญหาเรื่องพื้นที่เล็กๆ แคบๆนะคะและยังสามารถดาวน์โหลด PixelFonts ได้ที่ minifonts.com เน้น Pixel Fonts อย่างเดียว dafont.com อาจลอง Search หาคำว่า PixelFont ดูค่ะ

 pixelette2

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่นี่ค่ะ www.creativetank.net/article/artcle_detail.php?article_id=23

ทั้งหมดนี้ต้องขอขอบคุณข้อมูลดีๆจากเว็บไซต์ www.tcdcconnect.com

present by pandarebirth :D

Web Design Trends For 2009 Part 1

ไหนๆทำเว็บทั้งที เปิดหูเปิดตาหน่อยเร็ววววววววว กับเรื่องของ Trend ของการออกแบบเว็บไซต์ในปี 2009 ซึ่งอ่านเจอจาก http://www.smashingmagazine.com ก็อ่านแล้วมาแปลเป็นไทยด้วยตามความเข้าใจ สรุปเป็นข้อๆ ด้วยความรู้ภาษาอังกฤษที่มีดังนี้ (ผิดตรงไหนก็ช่วยแก้ด้วยน่า)

1. Letterpress

letterpress

         Letter – ตัวหนังสือ
         press – เน้นย้ำให้เห็นความสำคัญ
         รวมกันแล้วก็แปลว่า ใช้ตัวหนังสือในการสื่อถึงความสำคัญ”
        ซึ่งน่าจะเป็นเพราะว่าตัวหนังสือนั้นสามารถสื่อได้อย่างชัดเจนตรงตัวมากกว่ารูปภาพ สื่อความหมายได้ตรงตัว รวมถึงประหยัดเวลามากกว่าในการ Design กว่าการที่เราจะต้องนั่งวาด Icon หรือทำ Lead Graphic ซึ่งอาจจะใช้เวลาที่นานกว่า (ยกเว้น Icon แจกฟรีแล้วมาโม่ใหม่นะ ฮาๆๆ)

2. Rich User Interfaces

moodstream

           rich - มีค่า เข้มข้น
          user interfaces – ส่วนติดต่อกับผู้ใช้
          รวมกันแล้วก็แปลว่า “ส่วนติดต่อกับผู้ใช้จะดูมีค่ามากขึ้น” (แปลแล้วทะแม่งๆ)
          หรืออาจเรียกภาษาบ้านๆว่า interface ต่างๆจะสวยงาม มีลูกเล่นมากขึ้น มีการนำเสนอที่แปลกใหม่ (เปิด ปิด มี Tool Tip พับ หลบ ซ่อน บลาๆๆ) เพราะด้วยเทคโนโลยี AJAX ,Flash ที่พัฒนามากขึ้นนั้นเอง

3. PNG transparency

transp

          มีการดีไซน์ที่เป็น PNG (โปร่งใส่มากขึ้น) ซึ่งเทรนนี้นิมมาในช่วงปลายปีที่แล้วอีกด้วย
          แล้วทำไมเมื่อก่อนไม่มีความนิยม? ด้วยเพราะว่าเทคโนโลยีของ Internet Brower บางรุ่น บางยี่ห้อนั้น ไม่ Support ภาพนามสกุล PNG นี้ ทำให้การแสดงภาพนั้นไม่ตรงตามที่ต้องการ แต่ในปัจจุบันก็ได้มีการอัพเกรด Internet Brower ให้สามารถรองรับได้แล้ว ก็จะทำให้เทรนของ PNG transparency นั้นนิยมมากยิ่งๆขึ้นไป

4. HUGE Typography

zo

          เมื่อตัวหนังสือใหญ่เท่าบ้าน
          ในงานต่างๆ เช่น portfolios, product websites และ online services จะใช้ตัวหนังสือที่ใหญ่มากขึ้นบทจุดสำคัญต่างๆของเว็บไซต์ ซึ่งอาจจะมากถึง 36 Pt. ทั้งการนำมาใช้เป็น Headline หรือ leading ซึ่งจะทำให้ Website มีความสวยงาม ดูเป็นเอกภาพ รวมถึงดูน่าเชื่อมากขึ้นอีกด้วย

5. Font Replacement

sifr2

          ดีไซน์เนอร์จะให้ความสนใจกับ Font ที่ใช้ในเว็บไซต์มากขึ้นกับ Font ที่ใช้เป็น Copy ของเว๊บไซต์ จากเดิมที่จะไม่ค่อยใส่ใจกับ Font เหล่านี้มากนัก
          ซึ่งแน่นอนว่า Font Classic อย่าง Helvetica, Arial, Georgia และ Verdana จะยังคงเป็นที่นิยมอยู่อย่างแน่นอน

6. Modal Boxes (Lightboxes)

groove1

          Lightbox จะมีความนิยมสูงขึ้น เพราะด้วยการที่มีวัตถุสักอย่างโผล่ขึ้นมากลางจอ ทำให้จุดสนใจของ User มองไปที่วัตถุนั้นๆ ทำให้การนำเสนอข้อมูลนั้นเป็นไปได้ง่ายขึ้นด้วย

7. Media Blocks

gf

          ด้วยความเร็วของ Internet ที่มีมากขึ้น จากสายโทรศัพท์บ้าน เป็น ADSL หรือ Wireless ทำให้การนำเสนอข้อมูลนั้นมีหลากหลายวิธีมากขึ้น และเพื่อให้ User นั้นสามารถจดจำข้อมูลได้ดียิ่งขึ้น การใช้ Media Block ก็เป็นอีก 1 วิธีการที่น่าสนใจ อาทิ videos หรือ screencasts
          แต่อย่าให้ media blocks เหล่านี้เป็นเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ เพราะต้องนึกไว้เสมอว่า User ไม่ได้ใช้ Internet ความเร็วสูงทุกคน ไม่ได้เปิดเว็บคุณดูเว็บเดียว รวมถึงไม่มี Flash ในเครื่องที่จะมารองรับการนำเสนอแบบนี้ได้

8. The Magazine Look

magazine2

          สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างคือการดีไซน์ของ Blog หรือ เว็บ นั้นจะมีการนำเสนอให้ดูเป็นงาน Print มากขึ้น (ทั้งการใช้ Text การวาง Copy การวางรูปประกอบ รวมถึงงานสไตล์ Vector) หรือที่เรียกว่า Grid-based designs จะได้รับความนิยมมากขึ้นอีกเช่นกัน

9. Carousels (Slideshows)

amy

          การนำเสนอจะเป็นในรูปแบบของ Slide show มาขึ้น ทั้งในส่วนของเมนู Gallery เพราะการนำเสนอแบบนี้จะทำให้ User นั้นสามารถใช้เมาส์ในการเลื่อนดูข้อมูลง่ายขึ้น เพียงแค่ Rollover บนปุ่ม หรือแค่คลิกแค่ที่เดียว ทำให้ User สามารถที่จะดูข้อมูลโดยรวมได้โดยไม่ต้องเข้าไปนั่งไล่อ่านที่ละส่วน

10. Introduction Blocks

introd

          เนื่องด้วยพฤติกรรมการดูเว็บไซต์ จะเริ่มที่จุดมุมซ้ายบนก่อน ทำให้จุดนี้เป็นจุดที่คัญในการที่จะนำเสนอสิ่งที่สำคัญๆสำหรับเว็บไซต์จำพวก  Web application, corporate design, online service หรือ portfolio เช่น สโลแกน หรือคำแนะนำตัวต่างๆ ซึ่งขนาดพื้นที่ในการนำเสนอจะอยู่ในช่วง 250 ถึง 400 pixels (ความสูง)
          แต่การนำเสนอแบบนี้อาจจะไม่ได้รับความนิยมกับ Blog หรือ ร้านขายของ Online

 

          ผ่านไปแล้ว 10 ข้อสำหรับ Trend ของ Web Design ในปีนี้ แน่นอนยังเหลืออีกหลายข้อที่น่าสนใจ ยังไงวันนี้ก็ไว้พอแค่นี้ก่อน เดี๋ยวจะมาเติมให้ครบ หรือถ้าใครสนใจจะไปอ่านก่อนก็เข้าไปได้ที่
          แบบฉบับภาษาอังกฤษ http://www.smashingmagazine.com/2009/01/14/web-design-trends-for-2009/
          อีกหลายข้อที่เหลือ http://www.smashingmagazine.com/2009/01/21/current-web-design-trends-for-2009/
          ถ้าตรงไหนมีแปลผิด หรือเข้าใจผิดความหมายก็ช่วยๆเตือนกันบ้างนะคับ จะได้มาแก้ไขให้ ^^

ข้อห้ามในการทำ SEO

เราได้เรียนรู้เรื่องการทำ SEO จากเอนทรีก่อนๆ มาบ้างแล้วนะคะ ทั้งเรื่องของ SEO คืออะไร, คำศัพท์ต่างๆ ที่ควรรู้ในการศึกษาเรื่อง SEO  และสิ่งที่ควรทำในการทำ SEO

ตอนนี้เราลองมาดูเรื่องของข้อห้ามในการทำ SEO กันบ้างนะคะ เพื่อความปลอดภัยของการทำ SEO เพราะถ้าเผลอไปทำอะไรผิดๆ เข้าอาจจะถูก Bot ของ Search Engine ทั้งหลายแบนเว็บเอาได้นะคะ

 

ข้อห้ามในการทำ SEO

-   อย่าทำการโกงหรือหลอกลวง Search Engine เพื่อการทำอันดับทุกวิธี หากโดนแบนแล้วการยื่นอุธรณ์ไม่ได้แปลว่าจะพ้นโทษได้เสมอไป

-   หลีกเลี่ยงการใช้ Meta Tag Refresh

-   หลีกเลี่ยงการใช้โปรแกรม เข้าช่วยเหลือในทุกๆขั้นตอนในการดำเนินงาน เช่น โปรแกรมช่วย Generate หน้าเพจต่างๆ Search Engine จะจับได้ทั้งหมด

-   การทำ Robots Invite บ่อยครั้งเกินไป จนรบกวนระบบ

-   ไม่ควรใช้คำบ้านๆ ทั่วไปในการนำมาทำเป็น Text Link เช่น “คลิกที่นี่”

-   การทำหน้าเว็บไซต์ให้มีจำนวนเกิน 100 ลิงค์ ส่งผลเสียอย่างรุนแรงต่อการทำงานของ Search Engine Robots

-   การที่เว็บไซต์ของเราปล่อยให้มีลิงค์เสีย หรือ Broken Link ส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือมาก

-   การทำลิงค์ไปยังเว็บไซต์อื่นๆ เพื่อหวังค่าคะแนน PageRank โดยที่ Web Hosting มีIP เดียวกันทั้ง 2 เว็บไซต์ จะไม่ส่งผลอะไรกับค่าคะแนน

ขอให้สนุกสนานกับการทำ SEO นะคะ คราวหน้าเราจะมาเรียนรู้กันแบบเจาะลึกถึงขั้นตอนในการทำกันเลยค่ะ

Advanced Beauty: Processed Volatile Moments

เทคนิคการวัดผลธุรกิจและเว็บไซต์ ออนไลน์(Measurement and Metrics) 

 ปัจบันการมีเว็บไซต์เดียวนี้เป็นเรื่องที่ง่ายมาก  เพราะเดี๋ยวนี้มีทั้งบริการ Blog     หรือเว็บไซต์สำเร็จรูปเต็มไปหมดแต่จุดที่น่าสนใจคือ จะมีสักกี่คนที่ทำเว็บขึ้นแล้วมาแล้วประสบความสำเร็จ และเช่นกัน      ปัจจัยหนึ่งที่จะทำให้เว็บประสบความสำเร็จได้ คือ คุณต้องรู้และสามารถวัดผลได้ว่าเว็บไซต์ที่คุณทำไปแล้วนั้น จะมีเป้าหมายที่ชัดเจนและวิธีการในการวัดผลนั้นได้ ดังนั้นลองมาดู รูปแบบของการวัดผลของเว็บไซต์ว่าจะมีวิธีการและรูปแบบการวัดยังไงบ้าง 

 

การวัดผลด้านธุรกิจ (Business metrics)

การวัดผลการทำธุรกิจบนเว็บไซต์ สามารถวัดผลได้ไม่ยาก โดยเราสามารถเก็บข้อมูล และนำข้อมูลที่ได้ จากเว็บไซต์มาวิเคราะห์ว่าการทำธุรกิจหรือการค้าของเราได้ผลเป็นยังไงบ้าง โดยการดูมีหลายๆ  ข้อได้แก่  

 

-   ผลตอบแทนจากการลงทุน ROI (Return on Investment)

-   ยอดขาย (Sales) 

-   โอกาสการขาย (Leads) 

-   การแปลงหน่วยวัด (Conversions) 

-   จำนวนผู้สมัคร (Subscribers)  

 

ROI (Return on Investment) คืออะไร

 

ROI (Return on Investment) คือ ผลตอบแทนจากการลงทุน เป็นการคำนวนทางการเงินง่ายๆ เพื่อดูว่า
การลงทุนทำธุรกิจไปแล้วเราคุ้มหรือไม่ ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะดูจากค่า ROI 

ROI คือการ เอา กำไรสุทธิ หารด้วย เงินลงทุนทั้งหมด แล้ว x 100 ได้เป็น percent (%) ออกมา

เช่น ขายสินค้าราคา 100 บาท ได้ 1 ชิ้น ต้นทุน 80 บาท แสดงว่าจะได้กำไร 100-80=20 บาท

ROI = (20/80)x100 ROI = 25 %

**แต่ถ้า ROI ติดลบ แสดงว่า ขาดทุน : ROI ยิ่งเยอะ แสดงว่ากำไรเยอะ

 

ยอดขาย (Sales)

วิธีการที่ง่ายที่สุดคือการดู “ยอดขาย” หากธุรกิจมียอดขายมาก นั้นก็หมายความว่า ธุรกิจเว็บไซต์กำลังดำเนินไปได้ด้วยดี แต่จริงๆ แล้วการดูแต่ยอดขายอย่างเดียวอาจจะไม่สะท้อนผลประกอบการ หรือการทำงานมากนักเท่าไร เพราะ หาก “ยอดขายเยอะ” แต่ปรากฏว่า “ต้นทุน (Cost)” เยอะตามด้วย อาจจะส่งผลให้ ภาพรวมของธุรกิจติดลบ หรือขาดทุนได้เช่นกัน

 

โอกาสการขาย (Leads)

บางครั้งเว็บไซต์ของคุณอาจจะไม่ได้ขายของ ดังนั้นการวัดผลด้วยยอดขายอาจจะไม่สามารถทำได้ ดังนั้นบางเว็บไซต์ ก็อาจจะวัดผลด้วยการได้ “โอกาสการขาย” หรือ “รายชื่อคนทีน่าจะเป็นลูกค้า” (Leads) ว่ามีเข้ามามากน้อยแค่ไหน ซึ่ง Leads นั้นมีโอกาสสามารถเปลี่ยนไปเป็น “ยอดขาย” ได้ 

 

การแปลงหน่วยวัด (Conversions)

การดูอัตราการเปลี่ยนแปลงจาก ผู้ชม (Visitor) ไปเป็น ลูกค้า (Customer) ว่าจะตัวเลขและอัตราที่เท่าไร หากเป็นในรูปแบบของการค้าขายผ่านเว็บไซต์ Conversion Rate คือ อัตราส่วนการซื้อ ต่อจำนวนคลิก 

Conversion Rate = (Number of sales / Number of Clicks) x 100

เช่น จาก 100 คนคลิกเข้ามา มีคนซื้อ 5 คน แสดงว่า Conversion Rate = 5% 

** ถ้า Conversion Rate ยิ่งเยอะยิ่งดี

 

จำนวนผู้สมัคร (Subscribers)

บางเว็บไซต์ใช้จำนวนผู้สมัครเข้ามาเป็นสมาชิกในเว็บไซต์ เป็นตัววัดผลว่า เว็บไซต์นี้ได้ผลมากน้อยแค่ไหน ส่วนใหญ่จะไม่ใช่กับเว็บไซต์ E-Commerce หรือเว็บค้าขาย (เพราะมักจะวัดจากยอดขายมากกว่า) ซึ่งการมี จำนวนสมาชิกเป็นสมาชิกเป็นจำนวนมาก นั้นหมายถึง เว็บไซต์นั้นจะมีมูลค่ามากขึ้น จากจำนวนคนที่เข้ามา และฐานข้อมูลลูกค้าที่มีอยู่ บางครั้งใช้เป็นการวัดจำนวน email ที่มีสมัครเข้ามาในแคมเปญ หรือบางครั้งจะวัดจากจำนวนคนที่รับ Feed RSS ว่ามีจำนวนมากเท่าไร

How to Make Realistic Skate Wheels in Illustrator
by Sean Steezy

illutrator สร้างภาพสมจริงกับ Sean Steezy กันค่ะ

http://farm4.static.flickr.com/3111/3233045729_d18d2c497c_o.jpg

สวยงามมากนะคะ โปรแกรมอิลัสเทเทอร์ก็สร้างสามมิติได้สวยอย่างที่เห็นค่ะ
http://farm4.static.flickr.com/3133/3233045801_938b627f8a_o.jpg

กินพื้นที่ความจำมากนะคะ T^T

http://farm4.static.flickr.com/3529/3233046075_32d3706214_o.jpg

http://farm4.static.flickr.com/3460/3233895226_5e0ec3096a_o.jpg

http://farm4.static.flickr.com/3473/3233895578_01df1dd884_o.jpg

http://farm4.static.flickr.com/3106/3233895802_a2e10458fb_o.jpg

ว่าจะแปลแบบมั่วซั่วให้ก็กลัวเสียบทความ ภาษาอังกฤษไม่ยากอย่างที่คิดนะคะ
เห็นอย่างนี้อยากเรียน illustrator แบบเต็มๆ

คลิ๊ก http://www.tutorialized.com/view/tutorial/How-to-Make-Realistic-Skate-Wheels-in-Illustrator/40500

เก่งขึ้นนะคะ เพี้ยงงๆๆ

present by pandarebirth:D

Folder Templates

null

พอดีได้ทำงาน Print ซึ่งไม่เคยทำมาก่อนเลย (ถ้าเคยทำก็ทำแต่พวก Poster) แถมงานแรกเป็นให้ทำ Folder ก็เลยงงๆ ว่ามันต้องทำยังไง เพราะว่ามันต้องประกอบร่างให้กลายเป็นแฟ้ม ก็ต้องนั่งหา Template หาเจอเยอะแยะหลายแบบ ในที่สุดก็เจออันที่ถูกใจ เพราะว่ามีให้โหลดทั้งเครื่อง Mac เครื่อง PC หุๆๆ ดีจริงๆ

จิ้มเลย http://www.presentationfolder.com/designers_resources/templates.asp

Older Posts »